2008/Mar/08

 

สวัสดีครับ

แต่ก่อนผมมักจะสงสัยว่า "ทำไมคนเราถึงให้ความสำคัญกับการแต่งงานกันมากนัก?"  ค่าใช้จ่ายก็สูง พิธีการที่ยุ่งยาก ความเหน็ดเหนื่อยจากการเตรียมงาน   ผมในอดีตไม่เข้าใจถึงความสำคัญของการแต่งงานเลยแม้แต่นิด!

ผมมักจะได้รับทราบเรื่องราวความรักที่งดงามต่างๆมากมายที่เกี่ยวกับงานแต่งงาน  เรื่องที่ผมได้รับทราบมากที่สุดคือ แหวนหมั่นของแม่ที่กลายมาเป็นหวานแต่งงานของลูก 

พ่อแม่ทั้งของ เจ้าบ่าวและเจ้าสาวที่มักจะน้ำตาคลอยามเมื่อยืนอยู่บนเวที,  ภาพสไลด์ที่ฉายความเป็นมาของคู่บ่าวสาว, เพลงความรักที่ถูกขับร้อง, เค้กแต่งงานที่อ่อนหวาน นุ่มละมุน

ผมได้แต่ยืนดูด้วยความสงสัยว่า

"ทำไม?

ทำไมผู้คนถึงได้ให้ความสำคัญ

กับสิ่งเหล่านี้?"

ผมได้แต่สงสัยมาตลอด จนกระทั่งวันหนึ่ง

ผมยังจำวันนั้นได้เป็นอย่างดี

เป็นบ่ายแก่ๆในร้านกาแฟประจำ  ผมกับป๊านั่งคุยกันถึงแหวนที่ป๊าใส่อยู่มาตลอดนับตั่งแต่ผมเริ่มจำความได้  ป๊าจะใส่แหวนวงนี้ตลอด ไม่เคยเปลี่ยนหรือถอดออกเลย

ผม : ป๊า ทำไม ป๊าใส่แต่แหวนวงนี้ล่ะ?สวยก็ไม่สวย ก็แค่แหวนหยกเก่าๆธรรมดาวงนึง

ป๊า : ก็เพราะแหวนวงนี้คือ แหวนแต่งงานของ ป๊า กับ ม๊า ใงล่ะ

ผม : อืมมม...แต่ก็ไม่เห็นจะต้องใส่ทุกวันมาตลอดสามสิบกว่าปีเลยนี่

ป๊า : ก็เพราะแหวนวงนี้มีความหมายมากสำหรับป๊า

หยกที่อยู่ในแหวนวงนี้ เป็นหยกที่ อาม่าป๊าให้เป็นของขวัญแต่งงาน และที่สำคัญเป็นหยกที่อาม่าได้มาตอนแต่งงานกับอากง 

หยกชิ้นนี้คงไม่ใช่เป็นของประจำตระกลูของเราหรอก เพราะตระกูลเราไม่มีของแบบนั้น ก็แค่ตระกูลชาวบ้านธรรมดาๆ

แต่ทุกครั้งที่ป๊ามองหยกชิ้นนี้ ป๊าจะคิดถึงอาม่า ผู้หญิงที่ป๊ารักมากที่สุด  และม๊า คู่ชีวิตของป๊าที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกันมาตลอด 30 กว่าปี

หยกชิ้นนี้เหมือนสัญลักษณ์ของผู้หญิง 2 คน ที่เป็นที่สุดในชีวิตของป๊า  ป๊าถึงใส่แหวนวงนี้ทุกวัน และไม่รู้ว่าจะเปลี่ยนแหวนทำไม เพราะสำหรับป๊าแล้ว แหวนหยกธรรมดาๆวงนี้นี่ล่ะ สวยที่สุดแล้ว

 

ผมได้แต่นั่งมองดูป๊ายิ้มนิดๆที่มุมปากตลอดเวลาที่เล่าเรื่องแหวนแต่งงาน  และแล้วผมก็ได้คำตอบของคำถามที่ผมสงสัยมานานถึง การความสำคัญของการแต่งงาน

"การแต่งงาน

เปรียบเสมือน

 การส่งต่อความรัก"

จาก รุ่นหนึ่ง สู่อีกรุ่นหนึ่ง ต่อไปไม่มีที่สิ้นสุด

จาก คู่รัก คู่หนึ่ง ไปสู่คู่รักอีกนับร้อยนับพัน

จาก พ่อแม่ ไปสู่ลูก

จาก ลูก ไปสู่หลาน

ส่งต่อและแผ่ขยายไปไม่มีที่สิ้นสุด

การแต่งงานไม่ใช่แค่เป็นการบ่งบอกว่าโลกนี้ได้มีคู่รักเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคู่เท่านั้น  แต่การแต่งงานเป็นการบ่งบอกว่า  ความรักได้ถ่ายทอดจากรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง และจะส่งต่อไปเช่นนี้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

"ความรักที่ส่งต่อกันจากรุ่นสู่รุ่น

ความรักที่งอกเงยดุจเมล็ดข้าวเหลืองทอง

จากเมล็ดข้าวเพียง 1 เมล็ด

กลายเป็นต้นข้าวที่ให้เมล็ดข้าวนับสิบ 

สืบสานส่งต่อกันไปเช่นนี้ไม่มีที่สิ้นสุด"

นี่คืออีกหนึ่งนิยามความรักที่ผมได้เรียนรู้จากแหวนแต่งงานของป๊า

 

 

 

 

 

ปล.

 

- ความรักสวยงามเสมอ แต่คนเราน่ะล่ะที่ฉกฉวยผลประโยชน์จากความรักอย่างละโมบ

- ความรักสำหรับผมในตอนนี้คงจะเป็นแบบนี้มั้งครับ  " ผู้ชายถ้าเขาบอกว่า"รักคุณ" ไม่ได้หมายความว่าเขารักคุณคนเดียว  ผู้หญิง ถ้าเธอบอกว่า"รักคุณ"ไม่ได้หมายความว่าเธอรักคุณตลอดไป "

 

 

edit @ 8 Mar 2008 15:23:16 by me